พืชเศรษฐกิจและเกษตรกรรมจากจีน

ain0410 agriจีนประเทศมหาอำนาจจากซีกโลกตะวันออกที่มีแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาล ประชากรที่เยอะที่สุดในโลก ซึ่งเป็นประเทศที่รวบรวมอารายธรรมที่เก่าแก่ และหลากหลายที่สุดในโลก เกษตรกรรมก็เป็นอุตสาหกรรมใหญ่ และมีความสำคัญอย่างยิ่งในเศรษฐกิจจีน แม้จีนจะมีพื้นที่ทางบกถึง 9 ล้านตารางกิโลเมตร แต่มีการใช้พื้นที่ทำการเกษตรเพียง 1แสนตารางกิโลเมตรเท่านั้น นับเป็นจำนวนร้อยละ 7 ของพื้นที่เพาะปลูกทั่วโลก ศูนย์กลางของการเพาะปลูกของจีนส่วนใหญ่อยู่ในภาคคะวันออกของประเทศ การเกษตรส่วนใหญ่ของจีนมุ่งเน้นไปที่ การปลูก ข้าวสาลี , ข้าวโพด , ถั่วเหลืองเป็นต้น และจีนยังมีพืชเศรษฐกิจที่ส่งผลผลิตไปทั่วโลกมากมาย เช่น

-ถั่วลิสง เป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกง่ายโตเร็ว และทนต่อสภาพแวดล้อม สามารถเก็บไว้ได้นาน สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง ปัจจุบันเป็นสินค้าที่มีความต้องการของตลาดโลก

-ฝ้าย อุตสาหกรรมจากฝ้ายในจีนนั้นแข็งแกร่งมาก เพราะด้วยราคาต้นทุนที่ต่ำ สามารถผลิต และส่งออกในตลาดโลกได้เพียงพอต่อความต้องการ มีหลายประเทศทั่วโลกที่นำเข้าฝ้ายจากประเทศจีน

-ผักสกัดน้ำมัน และน้ำตาล เป็นสินค้าที่ตลาดต้องการเป็นลำดับต้นๆ และจีนก็เป็นประเทศที่ริเริ่มการปลูก

เกษตรกรรมของจีนนั้นได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว หลังจากการปฏิรูปชนบทจากรัฐบาลจีนในปี 1987 โดยการทำลายกฎเกฯฑ์ต่างๆ ที่จะเป็นข้อผูกมัดในการส่งเสริมการพัฒนาเกษตรกรรมจากชนบท ได้แสวงหาวิธีใหม่ที่เข้ามาสร้างสรรค์เศรษฐกิจภาครวม ภายใต้เงื่อนไขเศรษฐกิจการตลาด การปฏิรูปได้นำผลประโยชน์ ที่เป็นจริงมาให้แก่ชาวนา ได้ปลดปล่อยและพัฒนากำลังการผลิตในชนบท ผลักดันการเกษตร โดยเฉพาะการผลิตทางธัญญาหารให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และโครงสร้างทางการเกษตรดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเกษตรของจีนประสบผลสำเร็จ ปัจจุบันรัฐบาลจีนได้จัดให้เกษตรกรรมในประเทศนั้นเป็นปัจจัยหลักในการส่งออก และได้เพิ่มเงินทุนในอุตสาหกรรมในประเทศอย่างมากมาย

 

การแปรรูปสินค้าทางการเกษตรช่วยเพิ่มเขตการค้าเสรีให้จีน

ain0410 changeในบรรดาประเทศในเอเชีย ประเทศจีนถือเป็นผู้ผลิตและส่งสิ้นค้าทางเกษตรรายใหญ่ของเอเชีย เป็นประเทศที่มีการทำเกษตรมากที่สุดในกลุ่มอาเซียนด้วย จีนสามารถขนส่งผลไม้มาขายในบ้านเราได้ถึงวันล่ะ 10 ตัน จีนกลัวว่าผลไม้จะมากเกินไป ราคาจะตก จึงหาวิธีที่ทำให้ผลไม้ที่ล้นมือสามารถเก็บไว้กินได้นานและสามารถส่งออกขายนอกประเทศได้อีกด้วย จึงมีแนวคิดที่จะแปรรูปสินค้าทางการเกษตรนั้นขึ้นมา ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงมาก ถึงแม้ประเทศจีนจะแปรรูปสินค้าทางการเกษตรไม่มากเหมือนประเทศไทยของเรา ภาคการแปรรูปสินค้าเกษตรที่ตอนนี้ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดีและบูมเป็นอย่างมากก็คือสิ้นค้าการเกษตรจากมณฑลยูนนาน เมื่อช่วงปลายปี 2558 การแปรรูปสิ้นค้าการเกษตรของมณฑลยูนนาน มีมูลค่าการผลิตสูงขึ้น ซึ่งสูงถึง 180,000 ล้านหยวน ซึ่งคิดเป็นร้อยล่ะ 60 ของมูลค่าการผลิตสินค้าการเกษตรทั้งหมด จีนวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจเอาไว้ โดยใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีน ฉบับที่ 12 ระหว่างปี 2554 – 2558 จีนจะสร้างแหล่งผลิตธัญพืชแห่งใหม่ที่มณฑลยูนนานทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ ข้าวเปลือก ข้าวสารีและข้าวโพด ทำแหล่งการเพาะเลี้ยงสัตว์ 5 แห่ง ได้แก่ สุกร วัว แกะ สัตว์น้ำและสัตว์ปีก แหล่งเพาะปลูกพืชพันธ์ทางการเกษตรอีก 9 แห่ง ได้แก่ มันฝรั่ง ผักสด อ้อย ใบชา ต้นหม่อน ยางพารา ผลไม้ กาแฟ และพืชน้ำมัน อีกทั้งยังสร้างแหล่งการผลิตนมขึ้นอีก 1 แห่ง เพื่อเพิ่มจำนวนของผลผลิตส่งออกนอกประเทศได้ไม่จำกัด ปัจจุบันมณฑลยูนนานมีวิสาหกิจด้านการส่งออกสินค้าการเกษตรถึง 630 ราย โดยผักสดๆ เป็นสิ้นค้าที่จีนส่งไปขายยังต่างประเทศมากที่สุด จีนมีสินค้าทางการเกษตรมากมาย รองรับความต้องการของคนในฮ่องกงและคนในต่างประเทศเป็นอย่างมาก ในปี 2553 จีนสามารถผลิตกาแฟได้ถึง 50,000 ตัน ดอกไม้ตัดดอกจำนวน 6,500 ล้านดอก ยางพาราอีก 330,600 ตันและอื่นๆ อีกมากมาย

 

การปศุสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกต้องยกให้ประเทศจีน

ain0410 animalเป็นเวลาหลายปีที่การปศุสัตว์ของประเทศจีนส่งออกสิ้นค้าประเภทนี้ได้มากกว่าประเทศอื่นๆ ด้วยแรงงานที่มีมากและพื้นที่ในการเกษตรที่สุดลูกหูลูกตา ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนโดยการคาดการณ์ซีพีหลานโจวจะสามารถเพาะเลี้ยงสุกรได้ถึงปีละ 1 ล้านตัว และไข่ไก่ 2 ล้านตัว และไข่ไก่ที่ปลอดภัยอีก 40,000 ตัน โดยการนำของ นายหม่า จี้หลิน (Ma Jilin) ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร กลุ่มธุรกิจปศุสัตว์ในเครือบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเมื่อปลายปี 2552 ศูนย์ข้อมูลของประเทศไทยที่อยู่ในประเทศจีน ได้มีโอกาสไปเยี่ยมโรงงานเครือบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ ที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศจีนในภาคตะวันตกเฉียงเหนือจองประเทศจีน โดยบริษัทซีพีหลานโจว ผลิตเกี่ยวกับอาหารจำพวกสัตว์ที่รวมไปถึงปศุสัตว์และเกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่สุดอีกทั้งยังมีความทันสมัยในการผลิต ซึ่งนั้นก็เป็นการร่วมมือกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนบริษัทเจริญโภคภัณฑ์กับการเกษตรกับปศุสัตว์มณฑลกานซูตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2534 โดนการคาดการในผลผลิตได้ตั้งต่อไปนี้ ไข่ไก่ 3,000 ตัน ไก่ไข่เจริญพันธุ์ 1 ล้านตัว ลูกสุกร 50,000 ตัว อาหารสัตว์ 180,000 ตัน โดยการคาดการณ์บริษัทมีทรัพย์สินรวมมูลค่า 199.93 ล้านหยวนและทรัพย์สินถาวรอีก 120 ล้านหยวน อีกทั้งยังพนักงานอีกราว 600 คน ซึ่งมีผลกำไรที่มากว่ารายอื่นๆ โดยในปี 2551 การจำนานอาหารสัตว์ 150,000 ตัน โดยแบ่งเป็นพ่อแม่พันธ์สุกร 6,300 ตัว ไก่ไข่เจริญพันธุ์ 1 ล้านตัว ลูกสุกร 35,000 ตัว รายได้ในการจำนวน 530.53 ล้านหยวน โดยจะเพิ่มขึ้นทุกปี นำหน้าผู้ผลิตรายอื่นเล่นเป็นเจ้าแห่งการส่งออกปศุสัตว์ของเอเชีย